♥ ข้อดี ข้อเสีย ของการเสริมหน้าผากแบบต่างๆ

Last updated: 24 ม.ค. 2565  |  4022 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก

♥ ข้อดี ข้อเสีย ของการเสริมหน้าผากแบบต่างๆ  

   การเสริมหน้าผากกำลังได้รับความสนใจทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าผากไม่สวย หน้าผากบุ๋ม หน้าผากไม่เรียบ หน้าผากที่ไม่โหนกนูน ทำให้ใบหน้าไม่มีมิติ โหงวเฮ้งไม่ดี

ข้อเสียเสริมหน้าผาก

 ปัจจุบันการเสริมหน้าผากที่นิยมใช้กันในทางการแพทย์ มีด้วยกัน 3 เทคนิคได้แก่

  1. การเสริมหน้าผากด้วยการฉีดสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์)
  2. การเสริมหน้าผากด้วยการปลูกถ่ายไขมันจากร่างกาย
  3. การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน ซึ่งแต่ละเทคนิค จะมีข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้ 

   1. การเสริมหน้าผากด้วยการฉีดสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) การเสริมหน้าผากด้วยการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารไฮยาลูโรนิค เข้าไปที่บริเวณหน้าผาก เพื่อทำให้หน้าผากโหนกนูน โดยฟิลเลอร์จะสามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีหลังฉีด ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้ 

       ข้อดี 

  • ไม่มีแผล ไม่ต้องฟักพื้น
  • การบวมช้ำน้อยหรืออาจไม่มีเลย
  • รูปทรงเป็นธรรมชาติ
  • สามารถเติมเต็มหรือปรับแต่งได้เรื่อยๆ
  • สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ หากไม่ชอบ 

    ข้อเสีย

  • อยู่ได้ไม่นาน ต้องฉีดซ้ำบ่อยๆ

  • ราคาสูง ใช้ปริมาณเยอะ

  • มีโอกาสที่ฟิลเลอร์จะไหลหรือเสียรูปทรง

  • อาจเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนได้

มีความเสี่ยงในการอุดตันเส้นเลือดที่ไม่เลี้ยงอวัยวะสำคัญได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกระทำการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ


  2. การเสริมหน้าผากด้วยการปลูกถ่ายไขมันจากร่างกาย Fat Transfer
หรือ การปลูกถ่ายไขมัน เป็นการดูดเอาไขมันส่วนเกินจากที่อื่นๆ มาเติมเต็มบริเวณหน้าผาก หลักการคล้ายกับการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ แพทย์จะคัดเลือกเซลล์ไขมันที่ดีที่สุด โดยนำไปคัดแยกออกจากน้ำเหลืองและเลือดออก ก่อนจะนำไปปลูกถ่ายหรือฉีดบริเวณหน้าผาก ถือได้ว่าเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง

       ข้อดี

  • หลังทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้ทันที
  • บวมน้อยหรืออาจไม่บวมเลย
  • แผลเล็ก ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน
  • รูปทรงหน้าผากเป็นธรรมชาติ
  • เซลล์ไขมันบางบริเวณ จะมีส่วนผสมของสเต็มเซลล์  ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอวบอิ่มและกระจ่างใส
  • ช่วยลดไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ดูดออกด้วย

    ข้อเสีย
  • ให้ผลลัพธ์ที่ไม่คงทนถาวร
  • ไม่เหมาะกับคนผอมและอายุมาก เพราะจะได้ไขมันที่ไม่มีประสิทธิภาพ
  • เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมันอาจลดลง ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคนอาจมีการบวมช้ำหรือเป็นคลื่นเกิดขึ้นบริเวณที่ดูดไขมันได้

เสริมหน้าผากแบบต่างๆ


   3. การเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน  เป็นการศัลยกรรมที่ให้ผลลัพธ์ที่คงทน และถาวรมากกว่าเทคนิคอื่นๆ   สามารถปรับความความโค้งนูนได้ง่ายกว่า  เนื่องจากสามารถเลือกขนาด และ ปรับแต่งซิลิโคนได้

      ข้อดี
  • มีความคงรูปและคงทนแบบถาวร
  • ปรับรูปทรงให้มีความเป็นธรรมชาติ โค้งมนรับกับใบหน้าได้ง่าย
  • ผิวหนังบริเวณที่ทำจะมีความเรียบ นูน สวย ไม่เป็นคลื่น- มีความปลอดภัย ไม่ส่งผลต่อเส้นประสาท- ค่าใช้จ่ายไม่สูง เมื่อประเมินจากระยะเวลาการใช้งาน

    ข้อเสีย
  • หากเลือกซิลิโคนไม่เหมาะสมกับใบหน้า เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ อาจเห็นขอบซิลิโคน โดยเฉพาะในรายที่มีเนื้อหน้าผากน้อย
  • หากเลือกความโหนกนูนมากเกินไป อาจดูไม่เป็นธรรมชาติได้
  • มีรอยแผลจากการผ่าตัดที่บริเวณหนังศีรษะ แต่อาจสังเกตไม่เห็น จากการที่เส้นผมบดบัง
  • ในขั้นตอนการเลาะเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผาก อาจทำให้เกิดการบวมช้ำหลังผ่าตัดได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดชนิดอื่นๆ

    การเสริมหน้าผากไม่ว่าจะด้วยเทคนิคใดก็ตาม มีทั้งข้อดี – ข้อเสีย และ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ จึงควรต้องเลือกสถานบริการที่มีความน่าเชื่อถือ มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อรับการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล  ♥

    อ่านต่อ ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากดีไหม เทียบกับ ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้