เสริมจมูก HIV ต้องตรวจอะไรบ้าง? วันนี้เรามีคำตอบ

Last updated: 22 พ.ค. 2565  |  1326 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เสริมจมูกHIV+ต้องตรวจอะไรบ้าง

เสริมจมูกHIV ต้องตรวจอะไรบ้าง

เสริมจมูก HIV ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ปัจจุบันผู้ป่วยที่มีเชื้อ HIV สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ ทั้งการทำงาน การกิน และการนอน สำหรับการศัลยกรรมในปัจจุบันยังไม่ใช่ทุกที่ที่เปิดกว้างให้กับบุคคลกลุ่มนี้สักเท่าไหร่ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อบุคลากรทางแพทย์ผู้ให้การรักษา แต่ข่าวดีคือปัจจุบันมีบุคคลากรในคลินิกเล็กๆแห่งนึงที่พร้อมจะเสี่ยงเพื่อเปลี่ยนจมูกให้คุณดูดีขึ้นอย่างที่หวังไว้

แต่ก่อนที่จะทำการเสริมจมูก ผู้ป่วยจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมก่อน เพื่อที่แพทย์จะได้วางแนวทางในการเสริมจมูกได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสิ่งที่ต้องตรวจก่อนการทำเสริมจมูกของผู้ป่วย HIV มีอะไรบ้าง? วันนี้เรามีคำตอบ


ทำไมผู้ป่วย HIV ไม่เหมาะกับการผ่าตัด

เชื้อเอชไอวี (HIV) ย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อที่ทำให้ภาวะภูมิคุ้มของร่างกายบกพร่อง โดยเชื้อไวรัสนี้จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดที่ทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกายได้

ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายง่ายกว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติ โดยเฉพาะการผ่าตัดเปิดแผลต่าง ๆ อาจมีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นผู้ป่วย HIV ที่ต้องการเสริมจมูก จึงควรมีผลเลือดที่อยู่ในระดับมาตรฐานก่อนผ่าตัด

สิ่งที่ผู้ป่วย HIV ต้องตรวจก่อนเสริมจมูก

ผู้ป่วย HIV ที่ต้องการเสริมจมูก ต้องแจ้งแพทย์ที่ทำการเสริมจมูกให้ทราบ และก่อนที่แพทย์จะตัดสินใจว่าจะทำการเสริมจมูกให้คุณหรือไม่ แพทย์จะต้องทำการตรวจผู้ป่วยเสียก่อน ซึ่งการตรวจเพื่อให้ทราบค่าต่าง ๆ จะมีดังนี้

  1. ค่า CD4
    ค่า CD4 ย่อมาจากคำว่า Cluster of Differentiation 4 หรือปริมาณ T-cells หรือ T-helper cells คือ ชนิดของเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ควบคุมและต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย หรือเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่สร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

    ซึ่ง CD4 เป็นโปรตีน Glycoprotein อยู่บริเวณผิวเม็ดเลือดขาว ดังนั้นค่า CD4 คือ ค่าที่ใช้ในการบ่งบอกสภาพของภูมิคุ้มกันร่างกาย ในคนปกติจะมีค่า CD4 อยู่ประมาณ 500–1,500 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร สำหรับผู้ป่วย HIV จะมีค่า CD4 น้อยกว่าคนปกติ เนื่องจากเชื้อ HIV จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว จึงทำให้ค่า CD4 น้อยลง

    และหากผู้ป่วยมีค่า CD4 น้อยกว่า 200 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ถือว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย หรือเรียกว่าภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS)ดังนั้นหากผู้ป่วย HIV ต้องการเสริมจมูกจะต้องมีค่า CD4 อยู่ที่ 350-500 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตรขึ้นไป จึงจะสามารถเข้ารับการเสริมจมูกได้ ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่เข้ารับการเสริมจมูก

    เสริมจมูก HIV ต้องตรวจอะไรบ้าง?


  2. วัดความดัน
    ความดันโลหิตเป็นค่าพื้นฐานที่ต้องทำการวัด สำหรับผู้ป่วย HIV หากผู้ป่วยมีค่าความดันโลหิตตัวบนสูงกว่า 121 mm/Hg และตัวล่างสูงกว่าหรือเท่ากับ 80 mm/Hg ถือว่าไม่เหมาะที่จะเข้ารับการเสริมจมูก เนื่องจากผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่าปกติ จึงต้องทำการตรวจความดันก่อนทำการเสริมจมูก ดังนั้นก่อนที่จะเข้ารับการเสริมจมูก ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันสูงจนไม่สามารถเข้ารับการเสริมจมูกได้

ทำไมผู้ป่วย HIV ต้องตรวจก่อนเสริมจมูก

ผู้ที่ต้องเข้ารับการเสริมจมูก โดยปกติต้องทำการตรวจว่าเป็นโรคติดต่อหรือไม่ แต่สำหรับผู้ป่วย HIV จะต้องมีการตรวจค่า CD4 และความดันเป็นพิเศษมากกว่าคนปกติ สาเหตุที่ต้องทำการตรวจค่าอย่างละเอียด เนื่องจาก

  1. ความปลอดภัยของผู้ป่วย
    ผู้ป่วย HIV ที่มีค่า CD4 ต่ำและค่าความดันสูงจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่าคนปกติ หรือผู้ป่วยที่มีค่า CD4 อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะการที่มีค่า CD4 ต่ำ แสดงว่าผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำ มีความภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง หากมีการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด ผู้ป่วยจะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่าคนปกติหลายเท่าตัว ดังนั้นหากตรวจผู้ป่วยและพบว่าค่า CD4 และค่าความดันไม่ผ่านเกณฑ์ แพทย์จะทำการพิจารณาไม่ผ่าตัดเสริมจมูกหรือพิจารณาเสริมจมูกบางรายเท่านั้น


  2. ความปลอดภัยของแพทย์และทีมงาน
    หากทำการเสริมจมูกให้ผู้ป่วย HIV แพทย์และเจ้าหน้าที่จะต้องเตรียมความพร้อมและเพิ่มความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ในการเสริมจมูก และอุปกรณ์บางชิ้น เมื่อใช้เสร็จแล้วจะต้องทิ้งไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

    ผู้ป่วย HIV ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคติดต่อร้ายแรง การศัลยกรรมบางชนิดที่ไม่ต้องทำการผ่าตัดใหญ่ อย่างการเสริมจมูกจึงทำได้ หากคุณเป็นผู้ป่วย HIV ที่ต้องการเสริมจมูกอย่าปกปิดข้อมูลให้แจ้งข้อมูลกับแพทย์ผู้ทำการศัลยกรรม ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณและทีมแพทย์ที่ทำการเสริมจมูกนั่นเอง

       อย่างไรก็ตามคลินิกที่มีมารตฐานจะมีการตรวจคัดกรอง HIV ก่อนทำการผ่าตัดอยู่แล้ว จึงอาจเป็นเรื่องยากในการปกปิดประวัติดังกล่าว อย่างไรก็ตามทาง Songnae Clinic มีความเข้าใจ และ อยากสร้างความเท่าเทียมในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ จึงได้เปิดให้บริการในการเสริมจมูกให้กับบุคคลกลุ่มพิเศษนี้ตลอดระยะเวลาตั้งแต่มีการจัดตั้งคลินิก




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้